อาหารก่อนออกกำลังกาย

ไขข้อสงสัย ก่อนออกกำลังกาย รับประทานอาหารอะไรดี?

อาหารก่อนออกกำลังกาย

หิวก่อนออกกำลังกายไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเชื่อว่าหลาย ๆ คนจะต้องเคยเจอเหตุการณ์นี้อย่างแน่นอน แต่เมื่อหิวก่อนออกกำลังกาย หลาย ๆ คนเลือกที่จะเลี่ยงการรับประทานอาหาร เพราะกลัวว่าเมื่อไปออกกำลังกายแล้วจะจุก หรืออาหารไม่ย่อยนั่นเอง ทั้งนี้หากเราปล่อยให้ท้องว่างก่อนไปออกกำลังกาย จะทำให้ร่างกายของเราไม่มีแรงมากเพียงพอต่อการออกกำลังกาย ทำให้ออกกำลังกายได้สั้นลง และยังทำให้ประสิทธิภาพในการออกกำลังกายลดลงอีกด้วย

ควรรับประทานอาหารก่อนออกกำลังกายกี่นาที

สำหรับใครที่ต้องการรับประทานอาหารก่อนไปออกกำลังกาย เชื่อว่าหลาย ๆ คนจะต้องมีคำถามที่ว่า ควรรับประทานอาหารก่อนออกกำลังกายหรือไม่ และต้องรับประทานอาหารช่วงไหนดี ซึ่งเวลาที่เหมาะสมในการรับประทานอาหารก่อนออกกำลังกายจะไม่ตายตัว ขึ้นอยู่กับว่าเรารับประทานอาหารประเภทใด อย่างเช่น เรารับประทานอาหารที่มีพลังงานประมาณ 400-500 แคลอรี ควรรับประทานก่อนออกกำลังกายอย่างน้อย 90 นาทีถึง 2 ชั่วโมง เพื่อให้อาหารย่อยได้ทันก่อนออกกำลังกายนั่นเอง

รับประทานอาหารก่อนออกกำลังกาย ควรรับประทานอาหารประเภทใด

รู้หรือไม่ว่าอาหารที่ควรรับประทานก่อนออกกำลังกายนั้น หลัก ๆ แล้วจะเป็นอาหารที่มีโปรตีนสูง และอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต ซึ่งการรับประทานโปรตีนดีก่อนออกกำลังกาย จะเป็นตัวช่วยให้เราได้รับกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย และยังช่วยป้องกันการย่อยสลายของกล้ามเนื้อได้อีกด้วย ในส่วนของคาร์โบไฮเดรตถือเป็นแหล่งพลังงานชั้นดี ที่ร่างกายสามารถดึงออกมาใช้ในขณะออกกำลังกายได้นั่นเอง ในส่วนของประเภทอาหารที่ควรรับประทาน ได้แก่

  • กล้วยหอม: จะช่วยให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น เนื่องจากกล้วยหอมจะมีคาร์โบไฮเดรตที่ถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานออกมาใช้ในการออกกำลังกายนั่นเอง
  • ปลาแซลมอน: รู้กันดีอยู่แล้วว่า ปลาแซลมอนจะมีโอเมก้า 3 ที่จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยกระตุ้นให้ระบบเผาผลาญอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และหากเรารับประทานก่อนออกกำลังกาย จะช่วยในเรื่องลดน้ำหนักได้ดีที่สุด แถมยังมีโปรตีนสูงช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อ และเสริมสร้างกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี
  • ไข่: ไข่ถือเป็นอาหารหลักของนักออกกำลังกายเลยก็ว่าได้ เพราะไข่จะมีโปรตีนสูงเป็นอย่างมาก ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี

การรับประทานอาหารเหล่านี้ ถือเป็นอาหารที่สามารถรับประทานก่อนออกกำลังกายได้ แต่เมื่อรับประทานเสร็จแล้วจะต้องพักท้องเสียก่อน และหลังจากนั้นค่อยออกกำลังกายในภายหลัง เพื่อให้อาหารได้ย่อยออกจนหมด ไม่ทำให้จุกระหว่างออกกำลังกาย เพียงเท่านี้ทุกคนก็สามารถออกกำลังกายได้อย่างง่ายดาย ไม่รู้สึกหิว และช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานที่ดีด้วยเช่นกัน