
สำหรับการดำเนินกิจกรรมต่างๆ หากมีกลยุทธ์ที่เตรียมพร้อมเอาไว้ จะทำให้เราสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมไปถึงเรื่องของการ “เทรดหุ้น” เช่นกันครับ โดยบทความนี้จะพาทุกๆ ท่านที่กำลังคิดจะเริ่มเทรดหุ้น ไปพบกับ “4 กลยุทธ์เทรดหุ้นที่มือใหม่” กันครับ จะเป็นอย่างและต้องเทรดแบบไหนบ้างนั้น เราไปศึกษาพร้อมๆ กันดีกว่าครับ
4 กลยุทธ์เทรดหุ้นสำหรับมือใหม่
1. กลยุทธ์การลงทุนระยะยาว (Buy and Hold)
นี่คือกลยุทธ์ที่ง่ายที่สุดและเหมาะกับมือใหม่มากที่สุด คุณจะ ซื้อหุ้นของบริษัทที่มีพื้นฐานดี มีการเติบโต และมีแนวโน้มธุรกิจที่ดี แล้วถือครองไว้เป็นระยะเวลานาน อาจจะหลายปีหรือหลายสิบปี โดยไม่สนใจความผันผวนของราคาในระยะสั้น เป้าหมายคือการเติบโตของมูลค่าหุ้น (Capital Gain) และการได้รับเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ
ทำไมถึงเหมาะกับมือใหม่:
- ลดความเครียด: ไม่ต้องเฝ้าหน้าจอ หรือกังวลกับราคาหุ้นที่ขึ้นลงรายวัน
- ลดความเสี่ยงจากการจับจังหวะผิด: การพยายามจับจังหวะซื้อขายในระยะสั้นนั้นยากมากสำหรับมือใหม่
- ใช้พลังของดอกเบี้ยทบต้น: เมื่อเวลาผ่านไป มูลค่าของหุ้นและเงินปันผลที่ได้รับจะทบต้นไปเรื่อยๆ
สิ่งสำคัญ: การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของบริษัท (Fundamental Analysis) เป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์นี้ คุณต้องเข้าใจธุรกิจ งบการเงิน และแนวโน้มอุตสาหกรรม
2. กลยุทธ์การลงทุนแบบเน้นคุณค่า (Value Investing)
กลยุทธ์นี้ได้รับความนิยมจากนักลงทุนระดับโลกอย่าง วอร์เรน บัฟเฟตต์ คุณจะมองหา หุ้นของบริษัทที่ดี แต่ราคาตลาดต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง (Undervalued Stocks) เปรียบเหมือนกับการซื้อของดีราคาถูก เมื่อตลาดตระหนักถึงมูลค่าที่แท้จริงของหุ้น ราคาก็จะปรับตัวสูงขึ้น
ทำไมถึงเหมาะกับมือใหม่:
- สร้างวินัย: ต้องอดทนรอจังหวะและไม่รีบร้อนตามตลาด
- มี Margin of Safety: การซื้อหุ้นที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงช่วยลดความเสี่ยงในกรณีที่การประเมินผิดพลาดเล็กน้อย
สิ่งสำคัญ: ต้องมีทักษะในการประเมินมูลค่าหุ้น และเข้าใจงบการเงินอย่างลึกซึ้ง
3. กลยุทธ์การลงทุนแบบเน้นการเติบโต (Growth Investing)
คุณจะมองหา หุ้นของบริษัทที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง มักจะเป็นบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมใหม่ๆ หรือมีนวัตกรรมที่โดดเด่น บริษัทเหล่านี้อาจยังไม่มีกำไรมากนัก แต่มีแนวโน้มการเติบโตของรายได้และกำไรอย่างก้าวกระโดด
ทำไมถึงเหมาะกับมือใหม่:
- โอกาสสร้างผลตอบแทนสูง: หากเลือกได้ถูกตัว หุ้นเติบโตสามารถให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดมาก
สิ่งสำคัญ: กลยุทธ์นี้มีความเสี่ยงสูงกว่า เพราะหุ้นกลุ่มนี้มักมีราคาแพงและมีความผันผวนสูง การผิดพลาดในการเลือกหุ้นอาจนำไปสู่การขาดทุนหนักได้
4. กลยุทธ์การลงทุนตามกระแส (Trend Following)
กลยุทธ์นี้เน้นการ ติดตามแนวโน้มของตลาดหรือของหุ้นแต่ละตัว คุณจะซื้อหุ้นเมื่อเห็นว่าราคาเริ่มมีแนวโน้มขาขึ้นที่ชัดเจน และขายออกเมื่อแนวโน้มขาขึ้นเริ่มอ่อนแอลงหรือเปลี่ยนเป็นขาลง โดยใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) เข้ามาช่วย
ทำไมถึงเหมาะกับมือใหม่:
- ค่อนข้างเป็นระบบ: มีหลักการและสัญญาณที่ชัดเจนในการเข้าและออก
- เหมาะกับการทำกำไรระยะสั้นถึงกลาง: หากจับจังหวะถูก
สิ่งสำคัญ: ต้องศึกษาเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคให้เข้าใจ เช่น เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average), RSI, MACD และต้องมีวินัยในการทำตามสัญญาณอย่างเคร่งครัด
2 ข้อควรระวังในการวางกลยุทธ์สำหรับเทรดหุ้น
►การขาดวินัยในเทรดหุ้นตามกลยุทธ์ แม้จะมีกลยุทธ์ที่ดีแค่ไหน แต่หากขาดวินัยในการทำตาม ก็ไร้ประโยชน์
- ความเสี่ยง: อารมณ์ความกลัวและความโลภเป็นศัตรูตัวฉกาจของการลงทุน การซื้อขายตามอารมณ์ เช่น ซื้อตามเมื่อเห็นหุ้นขึ้นแรง หรือขายทิ้งเมื่อหุ้นลงเล็กน้อย อาจทำให้คุณขาดทุนหนัก
►การยึดติดการเทรดหุ้นกับกลยุทธ์มากเกินไป โดยไม่ปรับตัว ตลาดหุ้นมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่มีกลยุทธ์ใดที่สามารถใช้ได้ผลดีกับทุกสถานการณ์เสมอไป
- ความเสี่ยง: การยึดติดกับกลยุทธ์เดิม ๆ โดยไม่สนใจสถานการณ์ตลาดที่เปลี่ยนไป อาจทำให้คุณพลาดโอกาส หรือติดดอย (ถือหุ้นที่ราคาตกต่ำ) ในขณะที่กลยุทธ์ของคุณไม่เหมาะกับสภาวะนั้น
และนี้ก็คือข้อมูลเกี่ยวกับ “กลยุทธ์เทรดหุ้นที่มือใหม่ควรรู้ก่อนเจ็บจริง” ที่เราได้นำมาฝากทุกๆ ท่านกันในบทความข้างต้นนี้กันครับ หวังว่าจะเป็นข้อมูลสำหรับนักเทรดหุ้นมือใหม่กันไม่มากก็น้อยนะครับ
